สองร้านหมูกระทะเลื่องชื่อในเมืองกรุง สายพุงกางเราต้องไปกินถล่มให้เละ

หมูกระทะ เมนูยอดฮิตสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ส่วนมากร้านหมูกระทะจะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ จึงมีความหลากหลายของอาหารไว้ให้เลือกสรรมากมายตามต้องการของลูกค้า ทั้งเนื้อหมูหมักในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหมูพริกไทยดำ หมูนุ่ม หมูหมักงา หมูบาบีคิว หมูสามชั้นสไลด์ เบค่อน นอกจากนั้นยังมีเนื้อวัว เนื้อไก่ ซีฟู้ด และอีกมากมายหลายหลากเมนูให้เลือกปิ้งย่างอย่างจุใจ บางร้านยังมีการเพิ่มอาหารต่าง ๆ ลงไปในเมนูบุปเฟ่ต์ด้วยทั้งซูชิ ยำ ลาบ น้ำตก ส้มตำ ไอศกรีม ขนมหวาน และอีกมากมายไม่อั้น เพราะเหตุนี้ร้านหมูกระทะจึงเป็นที่นิยมของคนทุกชนชั้นไปทั่วหัวระแหง แล้วในเมืองกรุงมีร้านหมูกระทะอะไรที่เลื่องชื่อบ้างนะ ตามไปดูกันครับ อัพทูยูบุฟเฟ่ต์ (Up2you Buffet) ร้านหมูกระทะบุฟเฟ่ต์แห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 101 แยก 39 คิดราคา 249 บาทต่อหัว ค่าเปลี่ยนถ่านครั้งละ 30 เครื่องดื่มฟรีไม่อั้นยกเว้นแอลกอฮอล์ นอกนั้นไม่อั้นทุกอย่าง มาดูกันว่าราคาขนาดนี้จะมีเมนูอะไรและคุ้มค่าแค่ไหน เริ่มต้นที่ทางร้านจะมีกระทะทองไว้คอยบริการเพื่อลดการไหม้และการติดกระทะของหมู ทำให้เรารับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อยและสบายใจว่าปลอดภัยจากมะเร็งมากขึ้น ส่วนทางด้านของอาหารนั้นมีให้ท่านเลือกสรรมากกว่า 80 อย่าง ทั้งหมู เนื้อ ไก่ หมักในรูปแบบต่าง ๆ ซีฟู้ดเรียงหน้ากันเข้ามาตั้งแต่กุ้งตัวโต ปลาหมึกสด หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ หอยแครง ปูม้า ปลาแซลมอน และปลาอื่น ๆ พิเศษสุดคือมีกุ้งแม่น้ำสด ๆ ตัวใหญ่ ๆ อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีซูชิ สลัด สเต็ก และอีกหลากหลายเมนูที่ขยันผลัดเปลี่ยนทุกวันเพื่อไม่ให้ลูกค้าเบื่อ ส่วนของหวานมีทั้งไอศกรีม ขนมหวาน ผลไม้ ไว้บริการกันอย่างไม่อั้นเลยทีเดียว แถมยังมีพนักงานคอยบริการเผาปลาให้อีกด้วย อีกสิ่งหนึ่งที่เด็ดสุดคือ น้ำจิ้ม ที่มีไว้ให้เลือกกันหลากหลายและแซ่บสะเด็ดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มแจ่ว และอีกไม่อั้น รอให้คุณไปสัมผัสความอร่อยนี้ด้วยตัวเองที่ Up2you Buffet ที่สำคัญอิ่มอร่อยกันได้เต็มที่ ไม่จำกัดเวลานะครับ บาร์บีคิวรีสอร์ท (Bar B Q Resort) อีกหนึ่งร้านหมูกระทะบุฟเฟ่ต์ที่ได้รับความนิยมจนกระทั่งมีถึง 6 สาขาด้วยกันคือ บางแค บางนา ปิ่นเกล้า รามอินทรา นวนคร และวงศ์สว่าง ความเด็ดที่มัดใจลูกค้าจนเป็นที่นิยมไปทั่วขนาดนี้มาจากเมนูคาวหวานที่มีไว้บริการมากมายถึงกว่า 200 เมนู ในราคาเพียง 229 บาทเท่านั้น และไม่จำกัดเวลาอีกด้วย เครื่องดื่มฟรีไม่อั้นยกเว้นแอลกอฮอล์ อาหารไม่อั้น มีแรงกินเท่าไรกินไป ความเด็ดของบาร์บีคิวรีสอร์ทนี้อยู่ที่ความสดสะอาดและหลากหลายของอาหาร เริ่มตั้งแต่เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ทั้งหมูหมักแบบต่าง ๆ เนื้อวัว ที่พิเศษมีโคขุนโพนยางคำไว้บริการด้วย เบค่อน ไก่ กุ้งแม่น้ำ ซีฟู้ดหลากชนิด เช่น หอยเชลล์ หอยนางรม หอยแมลงภู่ ปูม้า กุ้ง นอกจากนั้นยังมีอาหารที่ทางร้านทำไว้สำเร็จแล้วไว้บริการ เช่น เสต็ก สลัด ติ่มซำ กุ้งอบวุ้นเส้น กุ้งแช่น้ำปลา ยำปลาดุกฟูหอยเชลล์อบชีส พาสต้าและมะกะโรนีปรุงในซอสต่าง ๆ ส่วนของหวานนั้นมีทั้งขนมหวาน ไอศกรีม สลัดและผลไม้อีกหลากหลาย เรียกได้ว่ากินกันไม่ทั่วถึงเลยทีเดียว แถมยังถูกปากถูกใจทุกคนในครอบครัวอีกด้วย

แนะนำวิธีแกะคอร์ดเพลงชั้นเซียนแล้วง่ายนิดเดียว

การแกะคอร์ดเพลงเป็นเรื่องที่นักดนตรีหลายคนต้องทำกันมาบ้างโดยเฉพาะนักร้องกลางคืน ซึ่งต้องแกะคอร์ดอยู่เป็นประจำเพื่อนำเพลงไปเล่น  นอกจากนี้ยังนิยมในหมู่วันรุ่นที่หัดเล่นกีต้าร์อีกด้วย วันนี้เราเลยมีวิธีการแกะคอร์ดเพลงให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาฝากกันค่ะ คอร์ด คือ กลุ่มของตัวโน้ต แต่เวลาเล่นเป็นคอร์ด จะมีโทนเสียงเฉพาะของตัวเอง แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือคีย์เสียง ถ้าฝึกฟังบ่อยๆ ก็จะสามารถแยกเสียงออกได้เอง การฝึกแกะคอร์ดควรเริ่มจากเพลงที่มีคอร์ดง่ายๆก่อน จะทำให้เข้าใจได้เร็วยิ่งขึ้น แกะด้วยหู ขั้น 1 เริ่มจากหาตัว Root ของแต่ละคอร์ดให้เจอก่อน สำหรับคนมีความชำนาญมาก แค่ฟังก็รู้แล้วคอร์ดนั้น Root คือตัวไหน แต่สำหรับมือใหม่หัดแกะขอแนะนำว่าให้เริ่มฟังจากเสียงเบสหรือเสียงที่ต่ำที่สุดของคอร์ดก่อน ต่อมาให้ไล่หาโน้ตบนเครื่องดนตรีว่าเป็นโน้ตตัวไหน โดยวิธีนี้มีความแม่นยำประมาณ 60-70% เพราะมีเพลงที่ตัวต่ำสุดไม่ใช่ตัว Root ขั้น 2  คอร์ดสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ คอร์ด Major และคอร์ด Minor ก็ลองเล่น Major หรือ Minor ไปเลย แล้วนำมาเทียบว่าอันไหนใกล้เคียงกว่า ก็เลือกอันนั้นแหละ แต่ถ้าทั้งสองคอร์ดนี้ยังไม่มีความใกล้เคียง ก็ลองเล่นคอร์ด Suspended II หรือ Suspended IV แทน ขั้น 3  คือการหาตัว V ปรกติแล้วตัวนี้จะค่อนข้างตายตัว แต่บางครั้งก็อาจจะลดลงมาครึ่งเสียง เป็น diminished V หรือเพิ่มขึ้นครึ่งเสียง เป็น augmented V ก็เป็นได้ ขั้น 4 เป็นการหาโน้ตตัวที่ 4 โน้ตตัวนี้ค่อนข้างยาก สำหรับคนเพิ่งหัดแกะถ้าไม่เอาให้เหมือนมากจะข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยก็ได้ แต่ถ้าอยากเอาเหมือนเพลงเด๊ะๆ ในขั้นตอนนี้ก็ต้องพึ่งหูเพียงอย่างเดียว ก็ลองดูว่าคอร์ดที่ดูอยู่นั้นเป็น Major หรือ Minor นั่นเอง แกะด้วยทฤษฎี วิธีนี้จะเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีขั้นพื้นฐาน เริ่มจากหาโน้ตเบสของแต่ละคอร์ดจับมารวม ๆ กัน โดยเอามาแค่ทีละท่อนต่อมาลองเอาโน้ตในสเกล มาหาว่าในสเกลนั้นมีคอร์ดอะไรบ้าง ลองเอาโน้ตออกมาทีละตัว เป็นตัว root แล้วจับอีกสองตัว ถัดออกจากโน้ตตัวนั้น ต่อมาดูว่าโน้ตสามตัวนั้นผสมกันออกมาแล้วเป็นคอร์ดอะไร ผสมกันให้ได้ครบทุกแบบ แล้วลิสต์รายชื่อคอร์ดในแต่ละสเกลเอาไว้  โดยวิธีนี้ได้ผลราว ๆ 60-70%  เนื่องจากบางทีมีการเปลี่ยนใช้คอร์ดซึ่งไม่ได้อยู่ในสเกล ก็ลองใช้ทั้งสองวิธีปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เอา การฝึกฝนจนเกิดความชำนาญเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่ถ้าเราไม่ย่อท้อไปเสียก่อนรับรองว่าเราจะไปถึงฝันได้อย่างแน่นอน

timsamai panthai

พาชิมผัดไทประตูผี ไปกินที่แทบช็อกราคาน่าตกใจ

อาหารไทยถือว่าเป็นมรดกประจำชาติอีกอย่างหนึ่งที่คนไทยเราช่วยกันเผยแพร่ไปทั่วโลกกันมาแล้ว หนึ่งอาหารไทยที่เชื่อว่าเป็นอาหารที่ใครหลายคนชอบมากนั่นก็คือ ผัดไท โหน่งก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบอาหารชนิดนี้มากเช่นกัน แล้วก็เลยเป็นที่มาของบทความของเราในวันนี้ เนื่องจากถ้าจะพูดถึงผัดไทแล้ว ผัดไทประตูผี คงเป็นร้านอันดับต้นๆที่นักชิมทั้งไทยและเทศต้องลอง ผัดไทประตูผี อยู่ที่ไหน สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพเป็นหลักอาจจะงง ว่า ผัดไทประตูผีมันอยู่ตรงไหนของกรุงเทพ อันนี้เราขอแนะนำพิกัดกันสักนิดหนึ่ง ร้านนี้ชื่อเต็มๆก็คือ ร้านผัดไทยทิพย์สมัย ตั้งอยู่เยื้องกับสี่แยกสำราญราษฏร์ใกล้ๆกับวัดเทพธิดาราม กับ วัดราชนัดดา หากจะขับรถไป จำง่ายว่าเลยเสาชิงช้าขึ้นมาจะเจอสี่แยกสำราญราษฏร์ ก็จะเห็นร้านเลย ตัวร้านถือว่าเป็นร้านที่ไม่ได้เน้นการตกแต่งอะไรมาก ยังคงความเป็นคลาสสิคสมัยดั้งเดิมอยู่ มีภาพเขียน ภาพโฆษณาจากยุคก่อนๆให้ได้ดูกันเพลินๆอีกด้วย น้ำส้ม ราคาดั่งทอง ที่ร้านผัดไทยทิพย์สมัยนี้ ต้องบอกเลยว่าเค้าไม่ได้มีทีเด็ดที่ผัดไทยอย่างเดียว เครื่องดื่มของเค้าเด็ดไม่แพ้กัน ที่นี่จะมีน้ำส้มคั้นแบรนด์ของเค้าเองขาย ราคาอาจจะต้องตกใจเล็กน้อย เพราะขวดใหญ่ราคาอยู่ที่ 150-160 บาท(ปรับตามราคาส้ม) ส่วนขวดเล็ก 80 บาท ราคาของเค้าแพงก็จริง แต่หากได้ชิมจะรู้เลยว่า ของดีทีเดียว ความสดของน้ำส้ม เกล็ดส้ม ความหวาน ความชื่นใจ นี่มาเต็มจนหยดสุดท้ายแบบที่แบรนด์ที่กินๆกันตามร้านสะดวกซื้อให้ไม่ได้ แต่ราคาก็แอบแพงไปจริงๆนั่นแหละ ผัดไทประตูผี ไม่ดีเหมือนเก่า มาดูกันที่ไฮไลต์ของงานอย่าง ผัดไทกันบ้าง จริงๆที่ร้านมีเมนูผัดไทเยอะมาก มีการปรับปรุง เติมนั่น เติมนี่เข้าไปเพื่อเพิ่มมูลค่า แต่เราขอเลือกเมนูพื้นฐานแบบสุดๆอย่าง ผัดไทเส้นจันทร์มันกุ้งสดห่อไข่ ที่ใครไปต้องสั่งมากินเท่านั้นไม่งั้นมาไม่ถึง ปรากฏว่าหลังจากรอนานจนเหนื่อยก็ได้กินสักที หน้าตาอาหารน่ากินทีเดียว ผัดไทที่ห่อไข่มาแล้วเรียบร้อย ดูยั่วน้ำลายดีชะมัด แต่ปริมาณน้อยไปหน่อยนะกับราคา 80 บาทเนี่ย พอเริ่มกินเข้าไปคำแรก ก็พอได้นะ แต่ผ่านไปสัก 2-3 คำเท่านั้นแหละต้องบอกว่า ความเลี่ยน เข้าเล่นงานเข้าอย่างจัง ความมันของเส้นที่ต้องบอกว่าเยิ้มเลย กุ้งที่มองหาอยู่นานก็ตัวเล็กไปหน่อย  สรุปว่ารีบกินให้หมดเลย(มีน้อยอยู่แล้วด้วย) กินเพราะอร่อย หรือ การตลาด ต้องบอกว่า ผัดไทประตูผี เดี๋ยวนี้ไม่แซ่บ ไม่อร่อย เหมือนก่อนแล้ว ส่วนหนึ่งเราก็เข้าใจได้ว่า มีลูกค้าเยอะขึ้น การจะมาทำอะไรแบบเดิมก็คงจะรองรับลูกค้าได้ไม่หมด แต่ว่าเจออย่างนี้ก็ไม่ไหวจริงๆ ตอนเดินออกจากร้านมาเลยกลับมานั่งคิดเลยว่า ที่คนเค้าแห่กันไปเข้าแถวต่อคิวซื้อกันทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินี่ มันเป็นเพราะว่าอร่อยจริงหรือ การตลาดเค้าดีเหมือนกับร้านอาหารยี่ห้ออื่นกันแน่ โหน่งไปกินแล้วรู้สึกว่าอาหารก็ปานกลาง หรืออาจจะเป็นที่ลิ้นผมก็ได้ ถ้าเพื่อนคนไหนไปกินแล้วบอกอร่อยผมก็ขออภัยด้วยนะครับ

meathing-and-friend

เพื่อนไม่เก่า

หลายคนคงจะมีความทรงจำอันดีกับเพื่อนเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมัยมัธยมต้น มัธยมปลายจนถึงมหาลัย ต่างก็มีมิตรภาพที่หอมหวานและชวนให้คิดถึงเสมอเมื่อแต่ละคนต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง เมื่อได้มีโอกาสมาเจอกันทำให้มีเรื่องให้พูดคุยมากมายร้อยแปดเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมัยก่อนที่เจอหรือเรื่องที่แต่ละคนไปพบเจอมา ทำให้ทุกครั้งที่พวกเราแต่ละคนได้มาเจอกันจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานมากมายที่ไม่รู้จบ ด้วยความที่ผมอยากจะมาบอกเล่าเรื่องราวของผมกับเพื่อนๆ ในวันที่อากาศเย็นสบายตามด้วยเสียงสายฝนโปรยปรายกระทบกับเสียงหลังคาบ้าน ทำให้อารมณ์เหงามันผุดออกมาให้คิดถึงเรื่องราวเหล่านั้น และคิดว่าผมต้องถ่ายทอดมันออกมาเป็นตัวหนังสือ เพราะไม่เช่นนั้นผมจะต้องค้างคาใจไปทั้งวันแน่นอน ทุกครั้งที่พวกเราจะนัดเจอกันสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเรามักถกเถียงกันเป็นประจำและทุกครั้งไปก็คือเรื่องของสถานที่กิน เพราะคนนั้นก็ไม่ชอบกินนี่บ้าง บ้านไกลบ้าง ไม่สะดวกบ้าง ทำให้ทุกครั้งต้องหาสถานที่นัดเจอกันนานมากๆ อีกอย่างพวกเราไม่ชอบนัดเจอกันในร้านที่มีดนตรีเสียงดัง หรือตามผับตามบาร์ เพราะจะทำให้พวกเราพูดคุยสนทนากันไม่รู้เรื่อง พวกเราชอบพูดคุยมากกว่าเมื่อได้มีโอกาสมาเจอกัน แต่เชื่อไหมว่าเมื่อไหร่ที่ตกลงกันไม่ได้ว่าจะไปที่ไหนดีสุดท้ายก็จะจบลงกันที่ “ร้านหมูกะทะ” ซึ่งมันเป็นเหมือนคำสั่งที่พวกเราต้องตอบตกลง และทุกครั้งก็จะไม่มีใครคัดค้านเต็มที่ก็แค่บ่นเบื่อแต่ก็ไป ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหมูกระทะมักจะเป็นสถานที่พบปะพูดคุยกัน อาจจะด้วยเพราะความสนุกสนานที่ได้จากการปิ้งย่าง และสามารถพูดกันเสียงดังขนาดไหนก็ได้แถมยังมีราคาถูกนั่งกินได้ตลอดทั้งคืนแบบสบายใจ การที่ได้เจอกับเพื่อนอีกครั้งนับว่าคุ้มค่ามากมายเพราะนอกจากจะได้พักผ่อน ยังได้ระบายเรื่องราวในใจที่มีแต่เพื่อนของเราเท่าที่เข้าใจ

music-fastival-job

ชีวิตที่วนเวียนอยู่กับร้านอาหารก็ดีเหมือนกันนะ

ในถานะที่เป็นนักร้องหากินเช้า – ค่ำไปวันๆ ทำให้ต้องร้องเพลงตามร้านอาหารหรือร้านเหล้าลานเบียร์ตอนกลางคืนต่างๆ ยอมรับว่าช่วงแรกเบื่อมากๆ เพราะเป็นงานที่ต้องเลิกดึกการเดินทางอะไรก็อันตราย แถมมีค่าแรงที่น้อยมากๆ เพราะต้องแบ่งรายได้ให้เท่าเทียมกันภายในวง หนึ่งอาทิตย์ต้องรับงานไม่ต่ำกว่า 4 วัน ทำให้บ่อยครั้งมีอาการเจ็บคอและเหนื่อยมากๆ เคยคิดว่าจะเลิกร้องเพลงไปเลยแล้วทำมาหากินด้านอื่นให้รู้แล้วรู้รอด แต่ด้วยความชอบด้านการดนตรีและมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่มันแยกจากกันไม่ได้ ทำให้ต้องเดินหน้าอย่างเดียวเท่านั้นสำหรับผม แต่การที่ได้พบปะเจอผู้คนมากมายหลากหลายนิสัยทำให้ผมเริ่มรักอาชีพนี้มากยิ่งขึ้น ได้สังเกตผู้คนที่มารับประทานกินข้าวหรือจะมาฟังเพลงของผม ได้สังเกตคนเดิมและคนใหม่ๆ ทำให้การร้องเพลงผมมันไม่น่าเบื่ออีกต่อไป การได้มองพวกเขาจะได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน หรือบ่งบอกถึงการพัฒนาตัวเองของผมได้ เช่น บางคนไม่เคยสนใจฟังเพลงที่ผมร้องเลยแต่ปัจจุบันเขาสนใจฟังผมมากขึ้น หรือบางคนไม่อินกับเพลงที่ผมร้อง พอผมเปลี่ยนแปลงเขาก็สนใจขึ้นมาทันทีเพราะอาจจะเป็นเพลงที่เขาชอบก็ได้ ทำให้ถ้าผมเห็นพวกเขามารับประทานอาหารที่ร้านเมื่อไหร่ก็จะเล่นเพลงที่เขาชอบทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ได้เห็นรอยยิ้มและความสุขของพวกเขา ทำให้มีกำลังใจในการร้องเพลงมากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยละครับ ตอนนี้ผมเลิกคิดเล็กคิดน้อยกับการร้องเพลงตามร้านอาหารกลางค่ำกลางคืนอีกแล้ว เพราะการไม่เลือกงานก็คือการฝึกฝนให้เรารู้จักสู้กับปัญหา การได้สนุกกับสิ่งที่ตัวเองชอบต่างหากคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตัวผมเอง แล้วก็คิดว่าปัจจุบันแม้จะไม่มีใครฟังผมร้องเพลง เอาแต่กินเหล้ากินเบียร์จนเมากันผมก็ไม่สนใจอีกแล้ว ผมคิดว่าทำให้ดีที่สุดก็พอสำหรับผมในตอนนี้

waterfall-class2

วันพักผ่อนสุดสัปดาห์ที่น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี

กลับมาอีกครั้งกับนายโหน่งนักดนตรีไทยบ้านจากพะเยา วันนี้ผมมีเวลาว่างๆ เลยอยากจะมาอัพเดทเรื่องราวส่วนตัวของผมเอง เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ และครอบครัวที่กาญจนบุรี อยากไปสัมผัสกับน้ำตกเอราวัณสักครั้ง เนื่องจากได้ยินชื่อด้าน 1 ในน้ำตกที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่ชอบเลยก็คือการนั่งรถขึ้นเขา เพราะมันเป็นอะไรที่ทรมานมากสำหรับตัวผมเอง กว่าจะถึงทางเข้าน้ำตกก็ใช้เวลานานเลยทีเดียว ทำให้ผมทั้งเวียนหัวและหิวข้าวสุดๆ พอถึงหน้าทางเข้ารู้สึกจะเสียค่าเข้าประมาณ 100 บาทเห็นจะได้ ทางเจ้าหน้าที่จะมีรถรับ – ส่งจากจุดทางเข้าไปยังน้ำตกบริการแก่นักท่องเที่ยว แต่ผมเลือกที่จะเดินเข้าไปเพราะอยากสัมผัสกับบรรยากาศทั้งหมดมากกว่า ต้องยอมรับว่าระยะทางจากปากประตูทางเข้าจนถึงน้ำตกนั้นมีระยะทางไกลพอตัวเลย น่าจะไม่ต่ำกว่า 1 กิโลเมตร แต่ที่ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยก็น่าจะเป็นธรรมชาติรอบๆ ตลอดระยะทางเดินมากกว่าที่ทำให้รู้สึกว่าสดชื่นและเดินเท่าไหร่ก็ไม่มีเหนื่อย ตลอดทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำตกและต้นไม้เขียวขจีมากมายรอบตัว แถมยังมีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เดินกันอย่างควักไคว่ ทำให้อาการปวดหัวจากการนั่งรถขึ้นเข้าหายไปอย่างปลิดทิ้งเลยทีเดียว พอถึงที่หมายมีทั้งห้องน้ำ, ร้านค้า และจะเห็นว่านักท่องเที่ยวจะเริ่มปูเสื่อหรือกินข้าวกันตั้งแต่ชั้นนี้เลย รู้สึกว่าน้ำตกเอราวัณจะมีประมาณ 7 ชั้นหรือ 8 ชั้นนี้แหละผมเองก็จำไม่ได้ สำหรับชั้นนี้จุดเด่นอยู่ตรงที่มีปลาเยอะมาก แถมน้ำก็ยังเย็นเจี๊ยบถึงใจทำให้สดชื่นสุดๆ ที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ของน้ำตกเอราวัณเลยก็คือ การจุ่มเท้าลงในน้ำตกแล้วปล่อยให้ปลาตอด ทำให้รู้สึกฟินและเพลินอย่างสุดๆ ผมจัดการเดินขึ้นไปชั้นที่สูงกว่าเพื่อมาให้คุ้มไหนๆ ก็มาทั้งที แต่เดินไปได้แค่ชั้น 5 ก็รู้สึกเหนื่อยสุดๆ รีบกลับลงมาแทบไม่ทัน ตลอดทางที่ผมประทับใจมากๆ ก็คือการห้ามสูบบุหรี่ในเขตท่องเที่ยว อาจจะป้องกันการเดินเพลิงไหม้และควันที่รบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ซึ่งเป็นอะไรที่ผมประทับใจมากๆ สุดท้ายแล้วผมก็กลับมายังชั้นแรก และกินข้าวเล่นน้ำจนถึงช่วงเย็น ก่อนที่จะจัดแจงล้างตัวให้สะอาดแล้วเดินทางกลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ …

payaobargroup

ลุยงานใหญ่มากันครบคณะ เอาให้สุดไปเลย

อีกหนึ่งวันที่สนุกไปกับงาน ครั้งนี้ได้มีโอกาสไปแสดงฝีมือของวงที่ร้านอาหาร ทำให้เลือดสูบฉีดเต็มที่ พร้อมพยายามเล่นกันเต็มที่สุดๆ เพื่อหวังให้งานออกมาดี วันนั้นกว่าจะได้ขึ้นร้องก็ปาไป 2 ทุ่มแล้ว คนในร้านเองก็เริ่มเมากันแล้วทำให้มีคนสนใจฟังเพลงมากขึ้นไปอีก เรียกได้ว่างัดเพลงอะไรออกมาโชว์ก็ร้องตามได้ทุกเพลง เตรียมความพร้อมกันให้ ตรวจสอบความหล่อกันก่อนลงสนามจริง ยอมรับว่าตื่นเต้นสุดๆ วันนี้กะจะมาแบบร๊อคให้สุดไปเลย พอถึงเวลาขึ้นเวทีก็เริ่มด้วยเพลงช้าก่อนเลย .. บิ้วอารมณ์คนฟังตามสไตล์นักร้องโหน่ง ก็เป็นไปตามคาดคนฟังส่วนใหญ่เริ่มไม่สนใจจะกินเบียร์กินเหล้ากันแล้ว .. หันหน้ามาฟังเพลงกันอย่างตั้งอกตั้งใจ ก็อดเขินอายไม่ได้ จุดท้ายก็จบด้วยเพลง “ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ” พออารมณ์เปลี่ยนมาเป็นแนวร๊อค ก็เลยต้องสับเปลี่ยนตัวกับน้อยอาร์มขาร๊อค เรียกได้ว่ามาโชว์ครั้งนี้จัดกันไปแบบครบรสชาติสุดๆ ไปเลย สุดท้ายนี้ผมจะมาเรื่องราวอะไรมาแบ่งปันบ้าง ก็ช่วยติดตามกันไป .. แน่นอนว่าผมจะพยายามสร้างผลงานดีๆ ให้ได้อ่านกันอย่างต่อเนื่องแน่นอน – นายโหน่ง

payaomusicfest

ย้อนหลังงานสงกรานต์ ณ จ.พะเยา วันที่ 13/4/2559

วันที่ 13 เดือน 4 พ.ศ.2559 วันปีใหม่ประจำปีแห่งประเทศไทย วันแห่งความสุขที่รอคอยเพื่อที่จะได้ฉลองกับเพื่อนๆ เริ่มต้นสิ่งดีๆ ให้แก่ชีวิตประจำปี รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ ผมนี่ไม่พลาดที่จะออกไปฉลองกับเพื่อนๆ พร้อมกินเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน แน่นอนว่าผมไม่พลาดที่จะโชว์สิ่งที่ถนัดที่สุดคือร้องเพลงสร้างความสุขกลางวงเหล้า … ถ่ายกับน้องสาวสุดสวยสักหน่อย ทันที่เมื่อตั้งวงได้ไม่รอช้าปะแป้งทักทายกันก่อน พร้อมโชว์พลังเสียงกันแต่ละคน เอาเป็นว่าไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียวเชียว โดยเฉพาะป๊าแจ่มกับน้าบิลไม่ยอมวางไมโครโฟนกันเลย !! แหนะก็ยังคงไม่ยอมปล่อยไมค์ ทนไม่ไหวหยิบไมค์แล้วรุกมาร้องเองเลยดีกว่า จนถึงตอนนี้เรียกได้ว่าแต่ละคนไฟกำลังมา อะไรก็หยุดฉุดไม่อยู่แล้วบอกเลย ปิดท้ายด้วยภาพเท่ๆ ให้โลกรู้ว่าเรามันเจ๋งแค่ไหน